ลอกเปลือก เลือกแก่น อีเมล์
เขียนโดย แม่จา   
จันทร์, 17 มีนาคม 2008

 Image
ผู้แต่ง        นายแพทย์เทิดศักดิ์  เดชคง
สำนักพิมพ์    มติชน
พิมพ์ครั้งแรก    2548
ราคา        105 บาท

แม่จาได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชอบมากๆค่ะ  เป็นเรื่องจิตวิทยาที่นำหลักธรรมะง่ายๆเข้ามาอธิบายเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน  สำหรับคนที่มีลูกแล้วรู้สึกเกิดความเครียด เป็นทุกข์ จากตัวเอง จากลูก หรือคนรอบตัว  ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วอาจช่วยคลายปมที่เรายังหาทางแก้ไม่เจอ  หาทางออกเพื่อให้เราและคนรอบข้างอยู่อย่าง   มีความสุขจากแก่นแท้ของชีวิต  ขอคัดลอกคำนำจากสำนักพิมพ์ และ คำนำจากผู้เขียน เพื่อทำความรู้จักเบื้องต้นกับเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ค่ะ

คำนำจากสำนักพิมพ์

เรื่องของ ?จิตวิทยา?  หรือหลักวิชาเพื่อการเข้าใจจิตใจ นับเป็น  ?สุขวิชา? ที่ดูจะกลายเป็นศาสตร์ที่มีความจำเป็นในลำดับต้นๆของชีวิตประจำวันแซงหน้าศาสตร์แขนงอื่นๆ ซะแล้ว 

โดยเฉพาะในแง่เพื่อการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  หรือเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินในจิตใจ  เพราะเป็นความสามารถที่จำต้องมีเพื่อการประคับประคองให้ชีวิตส่วนตัว  ครอบครัว และสังคม อยู่รอดปลอดภัยจากความเครียด  ความวิกฤต ฯลฯ  เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นที่มาของความ ?ไม่ปกติสุข? อีกมากมาย

ส่วนอีกด้านหนึ่งของศาสตร์แขนงนี้คือ  ช่วยพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งเป็นการเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติของชีวิต  และอยู่อย่างผู้มีชัยเหนืออารมณ์ของตนเอง และเข้าใจคนรอบข้าง

นายแพทย์เทอดศักดิ์  เดชคง  ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ผ่อนคลายปัญหาในจิตใจให้ผู้ป่วยและสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง  จึงเห็นความ ?พร่อง?  และ ?ล้น? หลากหลายที่เป็นมูลเหตุของอาการเครียดมากมาย

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองด้วยสายตาหลักวิชาการจิตเวช  ที่อธิบายเหตุและผลของการกระทำต่างๆ ที่ผสานกันอย่างกลมกลืน

ลอกเปลือก  เลือกแก่น  รวมข้อคิดเชิงจิตวิทยาผสานกับความเข้าใจในแก่นพุทธศาสตร์ใกล้ตัว  ที่นำเสนออย่างกระชับ  ง่าย  เพื่อเข้าใจในกติกาของธรรมชาติแห่งจิตใจที่ดี  แต่ในขณะเดียวกันก็เพื่อเข้าใจในกติกาของธรรมชาติแห่งจิตใจที่ดี  แต่ในขณะเดียวกันก็เพื่อการยกเลิกกฎเกณฑ์ต่างๆที่มากเกินจนกลายเป็น ?บ่วง? รัดให้เกิดความตึงเครียดมากเกินไปนั่นเอง

อ่านเพื่อสำรวจแล้ว  ?ลอก? เปลือก ?เลือก? แก่นแท้ในจิตใจของตัวเอง  เชื่อแน่ว่าคุณจะได้พบกับประกายแห่งจิตใจที่จะทำให้ตัวเองและคนรอบข้างมีความสุข


คำนำจากผู้เขียน

ยุคสมัยปัจจุบันช่างเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง  จนหลายคนบอกว่าเป็นวิกฤตของชีวิตมนุษย์  เรามีการปฎิรูปทางการเมืองจนได้รับรัฐธรรมนูญใหม่  มีการปฎิรูปการศึกษาที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม  รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ  สังคม  ศาสนา  การสาธารณสุข  และสิ่งแวดล้อม

ทุกวิกฤตเกิดจากการเสื่อมศรัทธา  ขาดความเชื่อถือ  เราไม่เชื่อมั่นในระบบการเมือง  ระบบเศรษฐกิจดั่งเดิม  ที่อิงทุนนิยมอย่างสุดขั้ว  คนจำนวนมากไม่มั่นใจในศาสนา  คนอีกจำนวนมากไม่เชื่อมั่นในการแพทย์แผนตะวันตก  แล้วเสาะหาแนวทางใหม่ๆ อันเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งแน่นอนตามธรรมชาติ  เมื่อไม่สามารถคงอยู่ในสภาพเดิมได้  ในสภาวะเช่นนี้ย่อมก่อทุกข์  เกิดความไม่สบายทั้งกายและใจ  ไม่แต่เท่านั้น  สัตว์  พืช  และสิ่งไม่มีชีวิตต่างก็ได้รับผลกระทบ

มนุษย์นั้นเกิดมาพร้อมกับความใฝ่ดี  มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองไปข้างหน้า  เพียงแต่ต้องอาศัยปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประกอบกัน  แรกเริ่มอาจต้องอาศัยปัจจัยภายนอก  ต้องมีพ่อ  แม่ ผู้รู้สั่งสอนอบรม  จวบจนเมื่อโตขึ้น  องค์ประกอบภายในจึงจะมีผลอย่างเด่นชัด

ส่วนองค์ประกอบภายในที่ดีต้องพัฒนาด้วยตนเอง  ด้วยเวลาที่จำกัดเพียงไม่ถึงร้อยปี  ด้วยกรอบบังคับทางร่างกายและจิตใจที่ขาดอิสระ  เต็มไปด้วยพันธนาการ  ภารกิจของพวกเราจึงมิใช่งานที่ง่ายดาย  สำเร็จได้ในเวลาอันสั้น

ผมพบว่าแม้มนุษย์ถูกจำกัดด้วยกรอบต่างๆ  แต่มันก็เป็นข้อดีที่ทำให้เกิดความทุกข์  ใช่แล้ว ความทุกข์เป็นสิ่งดีและจำเป็นอย่างยิ่ง  ถ้าเรามีความสามารถพิเศษ  คิดปรารถนาสิ่งใดก็ได้ดั่งใจ ก็ย่อมไม่ต้องขวนขวายพัฒนาความรู้ต่างๆ  ถ้าชีวิตเป็นนิรันดร  เราคงไม่ต้องฝึกฝนออกกำลังกาย  รับประทานอาหาร  สภาพเช่นนี้เกิดขึ้น มนุษย์ย่อมหยุดยั้งการเพิ่มเติมสติปัญญาของตน

Stagnation of development  จึงเป็นอันตรายสำหรับมนุษยชาติ  การจะพัฒนาได้ต้องอาศัยสติรู้ตัว  และมีปัญญาเข้าใจในความเป็นไป  ผมเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันว่าเป็นเสมือนต้นไม้  ความเข้าใจที่ฉาบฉวยผิวเผินเป็นเปลือกที่ไม่คงทน  จะนำไปทำโต๊ะ  เก้าอี้ตัวบ้านคงไม่ได้  แต่ความเข้าใจที่เป็นจริง  เก็บมาเป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือเข้าทำนองเก็บเป็นบทเรียนจึงเป็นแก่นแท้ของเรื่องราว

แก่นอาจมีหลายชั้น  จากขั้นนอกถึงชั้นใน  ขึ้นอยู่กับใครจะมีความสามารถเข้าถึงได้มากกว่ากัน  ดังนั้น  แก่นที่ผมนำเสนออาจเป็นแก่นที่ยังไม่ลึกซึ้ง  ซึ่งผู้อ่านอาจต้องตามติดขบคิดให้เข้าใจ.......


 
Add as favourites (307) | Quote this article on your site

Comments (6)
17-03-2008 08:33
 
ชอบมากค่ะ... มีประโยชน์มาก ๆ ในการสอนเด็กอนุบาล
ผู้เยี่ยมชม
 
17-03-2008 08:33
 
ชอบมากค่ะ... มีประโยชน์มาก ๆ ในการสอนเด็กอนุบาล
ผู้เยี่ยมชม
 
18-03-2008 05:18
 
แค่ชื่อเรื่องก็ชวนอ่ านแล้ว มีขายที่ไหนบ้างนะ ( จังหวัดเชียงใหม่ )
ผู้เยี่ยมชม
 
22-03-2008 07:33
 
อ่านแล้วดีมากๆเลยครั บ :zzz :grin :) :p :upset ;)
ผู้เยี่ยมชม
 
22-03-2008 14:45
 
ขอบคุณมาก หนังสือดีจริงๆค่ะ
ผู้เยี่ยมชม
 
nvara